# 502, Bad Gateway.

posted on 16 Nov 2013 16:19 by kaekaekaekae
ย้ายบล็อกครับ.

จำเป็นจริง ๆ



มี 4 บล็อก

โดย บล็อกหนัง Seizetheday, บล็อกหนังสือ 12th line, และบล็อกสัมภาษณ์ The Last Question จะยุบรวมกัน อ่านได้ที่เพจ  The Others

https://www.facebook.com/justtheothers



ส่วนบล็อกนี้ (ที่คุณกำลังอ่านอยู่) ก็จะย้ายไปที่ https://storylog.co/Thankwian ครับผม  เพราะ Facebook ไม่น่าจะเหมาะกับการเขียนอะไรยาว ๆ สักเท่าไหร่



ยังแวะเข้ามา Exteen อยู่นะครับ ตามแต่โอกาสจะอำนวย



ขอบคุณครับ.



Raindrops keep falling on my head.

posted on 16 Aug 2013 20:07 by kaekaekaekae in Diagnose directory Diary
1

So I just did me some talkin' to the sun

And I said I didn't like the way he' got things done


Sleepin' on the job


Those raindrops are falling on my head,


they keep falling.


เพลง Raindrops Keep Falling On My Head ดังคลอเบา ๆ เคล้าสายฝน


ไม่ใช่ BJ Thomas หรอกครับ,


ผมชอบเวอร์ชั่นบอสซ่าของ Patty Ascher มากกว่า,


เสียงร้องนุ่ม ๆ ชวนให้เคลิบเคลิ้ม


ยิ่งในเวลาฤดูฝนแบบนี้,


เสียก็เพียงแต่ว่าผมไม่ได้กำลังยืนจิบชาบนริมระเบียงคอนโด, ไม่ใช่บนเปลไม้ใต้ถุนบ้านต่างจังหวัดที่เคยนอนเมื่อก่อน


ตอนฝนตกแบบนี้


ผมอยู่บนมอเตอร์ไซค์,


กลางท้องถนน.




2


นึกถึงตอนที่ฝนตกเมื่อหลายวันก่อน


มันเป็นตอนกลางวันที่แดดแรง


ผมกับเพื่อนคุยกัน, ฟ้าสว่าง แดดจ้าขนาดนี้ ฝนคงไม่ตกหรอก


แล้วมันก็ตก.


สังเกตมานานแล้วเหมือนกัน เวลาฝนตกติดกันหลายวัน


มันจะชอบตกเวลาเดิม ซ้ำ ๆ


ถ้าตกตอนเย็น, วันต่อไปก็จะตกตอนเย็นอยู่อย่างนั้น


ผมชอบบ่นกับเพื่อน, ว่าฝนมักจะตกเสมอ ตอนที่กำลังเดินทาง


"อยู่บนถนนนี่ตัวดีเลย ตกจัง ตกได้ตกดี"


คิดเล่น ๆ ว่าฝนก็อาจจะคิดแบบเดียวกัน


"พอกูตกแล้วมึงก็ออกมากันจัง กลางถนนเนี่ย"




3


หลังฝน,


ท้องฟ้าจะสดใส


แต่ปัญหาที่อยู่ในใจ,


จะคลี่คลายไหมก็อีกเรื่อง




4


เวลาฝนตก, เรามักคิดถึงใครบางคน


ใครสักคนเคยพูดประโยคนี้ให้ผมฟัง, นานมาแล้ว


นานจนจำไม่ได้ว่าใคร


พอเวลาผ่านไป, เรื่องบางเรื่องที่มีความหมาย, ก็กลับกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย


คนก็เหมือนกัน,


เคยสำคัญต่อกันในวันหนึ่ง, ก็กลายเป็นแค่คนเคยสำคัญ


ใครบางคน


กลายเป็นใครสักคน.


เราเองก็คงเหมือนกัน


ถ้าเรายังจำเขาไม่ได้,


แน่นอนว่า, ความเป็นไปได้คือ เขาก็อาจจะจำเราไม่ได้เช่นเดียวกัน


ผมว่าเป็นเรื่องเจ็บปวดไม่น้อยเลย, กับการที่ต้องถูกลืม




5


"เหยียบเกิน 100 ไม่ได้เลย คันนี้ พังลูกเดียว"


พี่แอ็ดบอกผม, เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่แกพูดประโยคนี้


รถใช้มาเกินสิบปี, ซ่อมไปก็หลายสิบหน


แกมักจะไม่ค่อยให้ใครขับแทนให้


"พวกมึงเอาไม่อยู่หรอก คันนี้ยาก"


แล้วก็ลงเอยแบบเดิม, พี่แอ็ดเป็นคนขับ


และเป็นคนบ่น


"เคยชนมาแล้วด้วยนะ สองครั้ง"


"ทำไมพี่ไม่เปลี่ยนวะ" ผมเคยถามแกอย่างนี้


แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบจริงจังสักที, ไม่มีเวลาบ้าง กำลังเก็บเงินบ้าง


ฝนหยุดตกแล้ว, แต่ถนนยังเปียกอยู่


อย่างน้อยทางที่เราขับผ่านมาก็เห็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ้างตามรายทาง


"มึงเคยโดนรถชนรึเปล่าวะ" เขาถาม,


"ไม่เคยว่ะพี่"


แต่ผมนึกถึงเรื่องเมื่อเดือนก่อน.




6


มันเป็นวันฝนตก,


ด้วยความเร่งรีบ, ผมบิดมอเตอร์ไซค์เร็วกว่าที่เคยเป็น


ทางโค้ง, ถนนลื่น,


รู้ตัวอีกที, ผมลื่นไถลไปกับพื้นถนนไกลกว่ายี่สิบเมตร


เคราะห์ดีที่เสื้อคลุมหนา,


แต่กางเกงยีนส์ตัวนั้นก็ไม่หนาพอ จนหัวเข่าถลอก ได้เลือดได้แผลมาบ้าง


ตัวเปียกก็จริง,


แต่ก็เป็นฝนอีกนั่นแหละ


ที่ช่วยชะล้างคราบเลือดไปจนหมดสิ้น




7


เพลงของ Patty Ascher จบลงไปนานแล้ว,


โหมด shuffle ยังคงส่งเพลงผ่านมาทางหูฟังของผมเรื่อย ๆ


ฝนหยุดตกไปนานแล้ว


ฟ้าหลังฝนยังเป็นสีฟ้า


จะเป็นฟ้าใส, หรือฟ้าหม่น, ก็คงขึ้นอยู่กับเราจะมองมันอย่างไร


when it rains, it pours - คำฝรั่งว่าไว้อย่างนั้น


บางทีก็คงแล้วแต่เรา


จะรอให้ฝนหยุดตกเสียก่อน,


หรือจะยอมเปียก ยอมตากฝนออกไป




8


"ตอนที่กูโดนชนน่ะ กูขับไม่ถึง 60 เลย"


พี่แอ็ดเล่าถึงตอนประสบอุบัติเหตุ


จังหวะที่เขาไฟเขียว, มีรถฝ่าไฟแดงมาชนเข้าอย่างจัง


"มันไม่ได้เป็นที่รถหรอก เป็นที่คนเราด้วยนี่แหละ"


ก็จริง,


การที่ผมตัวเปียกก็อาจไม่ใช่ความผิดฝน


เป็นความผิดของคนที่เลือกขับมอเตอร์ไซค์


และยังไม่ยอมหาซื้อเสื้อกันฝนมาใส่สักที




9


ฝนอาจจะชำระได้แค่คราบเลือดให้หายไป


แต่แผลก็ไม่ได้ไปไหน


เราต่างหาก,


ที่ต้องแก้ไข


เยียวยามันด้วยตัวเอง.



.

Photobiography (4)

posted on 07 May 2013 04:18 by kaekaekaekae in Photos directory Diary


Sony Nex-5n
Lens : Bokeh 35 mm.




1

ผมไม่ค่อยมีรูปถ่ายของตัวเอง,

แน่นอนว่าผมเคยไปปรากฏตัวอยู่ในรูปที่คนอื่นถ่ายอยู่บ้าง

แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร

ส่วนใหญ่แล้วเป็นไปในโอกาสสำคัญ ๆ

กินเลี้ยง งานมงคล หรือไปท่องเที่ยว

มันเป็นเวลาที่ผู้คนถือโอกาสได้ถ่ายรูป

เพื่อบันทึกภาพไว้

บันทึกว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เห็น,

มันเคยเกิดขึ้นจริง

อย่างน้อยเราก็มีหลักฐานจากภาพถ่าย, ที่เราบันทึกไว้ร่วมกัน



2

แต่โลกมันก็เปลี่ยนไปแล้ว,

นี่คงเป็นยุคสมัยที่พวกเราถ่ายกันอย่างง่ายดาย

ถ่ายสะดวก,

อย่างน้อย, โทรศัพท์มือถือของคนรุ่นใหม่ กล้องคือฟังก์ชั่นหนึ่งที่ถูกใส่เข้ามา

เราถ่ายรูปกันแทบทุกเวลา, เกือบทุกโอกาส



3

ฟังก์ชั่นอีกตัวที่บรรจุอยู่ในโทรศัพท์, คือกล้องด้านหน้า

สะท้อนชีวิตประจำวันของเราได้เป็นอย่างดี

หันโทรศัพท์เข้าใบหน้า,

ไม่ต้องนับ 1-2-3, แค่ปรับหน้าตาให้เป็นไปตามที่ต้องการก็พอ

ผิวหน้าดำคล้ำ, ปรากฏริ้วรอยแค่ไหนก็ไม่เป็นปัญหา

Camera360, Instagram, Lightroom หรืออีกสารพัดโปรแกรมช่วยเราได้เสมอ

เราดูดีขึ้นอย่างที่แม้กระทั่งตัวเราเองยังไม่อยากจะเชื่อสายตา



4

ปกติแล้วผมไม่แต่งรูป,

ไม่ได้หลงใหลในหน้าตาตัวเอง, หากแต่ขี้เกียจจนเกินกว่าจะทำ

พูดก็พูด, กับบางรูปที่เห็นบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ผมรู้สึกว่าบางทีก็แต่งมากไปนิด

ไม่ใช่แค่ไม่เป็นธรรมชาติ, ทว่ายิ่งแต่งมากเท่าไหร่ ภาพก็ยิ่งไม่สวยมากเท่านั้น

โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว

ช่วงหลัง, เวลาถ่ายรูปหญิงสาวคนใด

'มี 360 ไหม'

'อย่าลืมไปแต่งรูปมานะ เอาให้สวยเลย'

'ถ่ายไม่สวยห้ามโพสต์ลงนะ'

คิดแล้ว ก็เหนื่อยใจเหมือนกันนะ.



5

เอาเข้าจริงให้ทำก็พอได้,

ไม่ได้ขัดแย้งหรือต่อต้านอะไรขนาดนั้น

รูปโปรไฟล์เฟซบุ้คปัจจุบันก็เป็นพี่คนหนึ่งถ่ายให้, และผ่าน Lightroom

และแน่นอน, มันหล่อ (ฮา)



6

จะว่าเชยก็ได้, แต่ผมเพิ่งมี Instagram (Username : Thankwian ครับ)

ค่อนข้างชอบ, และคิดว่าเข้าท่าดี

แต่ไม่เท่าไหร่ก็เริ่มเบื่อ

Filter ที่เห็น, ทำให้รูปสวยขึ้น

ที่สำคัญคือมันทำให้ใครก็สามารถถ่ายภาพสวย ๆ ได้

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นช่างภาพมืออาชีพ

แต่ผมไม่สนุกกับมัน

พอคิดดูก็ได้คำตอบว่า ผมอาจจะไม่ได้ชอบทางนี้

เวลาถ่ายรูป,

ผมชอบบันทึกภาพอย่างที่มันเป็นมากกว่า

Filter อาจจะสวย, แต่ท้องฟ้าของคนอื่นอีกร้อยพันก็เป็น Filter นี้เหมือนกัน

แล้วภาพของเราจะต่างจากนั้นตรงไหน

พอสักพัก, เราก็จะลืมภาพนี้ไป

เหมือนภาพอื่น ๆ ที่เราใช้นิ้วสไลด์ดูในนั้น



7

หลายเดือนก่อน, ผมมีเหตุจำเป็นให้ต้องใช้รูปถ่ายตัวเอง

ตลกดี, นอกเหนือจากรูปติดบัตรแล้ว ผมก็ไม่มีรูปใดที่เห็นภาพตัวเองอย่างชัดเจนเลย

ไปที่สตูดิโอกับเพื่อนคนหนึ่ง,

'ทำหน้าทำตาให้มันหล่อหน่อยสิวะ' มันหัวเราะใส่ เมื่อมองรูปผ่านวิวไฟน์เดอร์

ผมทำหน้าเวลาถ่ายรูปไม่เป็นเลยจริง ๆ

มันจะเกร็ง ๆ, แล้วก็จะออกมาหน้าเบี้ยว ๆ

การใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปตัวเองก็เหมือนกัน,

ทำทีไรก็ออกจะแปลกแปร่ง

ค่อนข้างจะฝืน, และไม่ใช่ทาง ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบทำ



8

หลายอย่างในชีวิตก็เป็นอย่างนี้,

คือมันดี, มันอาจจะเข้าท่าก็จริงแหละ

แต่ไม่ใช่ทางของเรา ไม่ใช่วิถีที่เหมาะกับชีวิตเรา

Instagram ผมว่าก็สวยดี (และยังใช้บ้างเป็นครั้งคราว)

360 ภาพก็เนียนดี (ก็ยังโดนบังคับให้ถ่ายด้วย 360 อยู่บ่อยครั้ง)

แต่สุดท้ายผมก็ยังใช้กล้องตัวเดิม,

เหมือนที่เคยใช้เมื่อหลายปีก่อน

แค่นั้นเอง




กับแฟนก็เหมือนกัน, ไม่ได้สวยมากมายอะไร
 
แต่ก็ยังคบกันเหมือนเดิม (ฮิ้วววว)




.

photobiography (3)

posted on 07 Aug 2012 12:46 by kaekaekaekae in Photos
 




1

เพิ่งได้กล้องตัวใหม่มา.

แค่วันแรกก็ถ่ายไปหลายรูป

ไล่ถ่ายทุกอย่าง, คน สถานที่

เคยอ่านเจอว่า, มันมีความแตกต่าง, ระหว่างคนกับสถานที่

ภาพถ่ายสถานที่ มันจะเป็นภาพนิ่ง

แต่ภาพถ่ายของคน มันจะเป็นภาพเคลื่อนไหว

ตีความเอาเอง, ว่าลมหายใจของคน มันทำให้ภาพนั้นมีลมหายใจ

ดูรูปถ่ายทีไร ก็เหมือนกับคน ๆ นั้นยังมีชีวิตอยู่เสมอ


 
2

หลายเดือนก่อน, เราพบว่ารูปใบเก่า ๆ โดนทำลาย

โดยปลวก.

กินไปหลายอัลบั้ม, รูปถ่ายก็หลายใบหลายบาน

บางภาพก็แหว่งวิ่น ขาดหาย

เหมือนความทรงจำเราแหว่งตามไปด้วย

ผมจำไม่ได้ว่าภาพที่ขาดไปนั้น คนที่อยู่ตรงนั้นเป็นใคร

คนที่เคยอยู่ตรงนั้น.

แล้วก็ไล่สแกนภาพที่สภาพยังใช้ได้เก็บไว้

ก็ตลกดี, ผมจำไม่ค่อยได้

แต่แม่ในวัยห้าสิบ กลับจดจำทุกภาพ ทุกเรื่องราวได้แม่น

ราวกับมันเกิดขึ้นตรงหน้า
 


3

มีหนัง Eternal Sunshine of the Spotless Mind ของ Michel Gondry ที่ว่าด้วยชายคนหนึ่งที่พยายามจะลบความทรงจำของผู้หญิงคนหนึ่งออกไปจากสมอง

ปรากฏว่าหญิงคนนั้นก็พยายามจะลบเขาออกด้วยเหมือนกัน

ระบบทรงจำของมนุษย์นี่ก็แปลกดี กับเรื่องที่อยากลืม ให้ตายยังไงก็ลืมไม่ได้

ชีวิตเราก็เลยเหมือนต้องมีแผล มีจุดด่างพร้อย ถ้าเป็นเสื้อผ้านี่ก็เป็นผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะแก้เย็บเต็มไปหมด
 


4

เจอรูปหมู่ที่ถ่ายสมัยเรียน.

แต่ละคนยิ้มเข้ากล้อง, คิดแล้วก็ขำเมื่อนึกขึ้นว่าทุกวันนี้หน้าตามันเปลี่ยนไปแค่ไหน

ภาพแบน ๆ มักจะมีเบื้องลึกแฝงฝังอยู่

ให้เราล้วงเอาความรู้สึกออกมา

แต่ถ้ามีเรื่องที่เราลืมไม่ได้, เรื่องที่เราพลั้งเผลอหลงลืมไปก็ต้องมีเหมือนกัน

รู้สึกแย่ไม่น้อย, เมื่อพบเจอคนที่จำเราได้

แต่เราจำเขาไม่ได้.

อาจไม่ใช่ความผิดใคร, การห่างอาจทำให้เรื่องราวที่มีเริ่มเลือนหาย


 
5

ผมมองภาพตรงหน้า,

ไม่อาจรู้ได้ว่าปลวกกินภาพใครจนแหว่งไป, ถ้าไม่ได้ฟังจากแม่.

ภาพถ่ายคือถาพที่บันทึกเรื่องราว

ภาพถ่ายเป็นอย่างนั้น.

มันบอกกับเราว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้น

บางทีภาพมันไม่ได้ถูกถ่ายด้วยกล้อง, แต่เรานั่นเองที่ถ่ายมัน

บันทึกไว้, มันจึงยังคงเคลื่อนไหวข้างในเรา

ผมเงยหน้ามองรูปพ่อบนชั้น.

บางที, พ่ออาจไม่เคยจากพวกเราไปเลยก็ได้.



 

Life is really simple.

posted on 16 Jul 2012 00:11 by kaekaekaekae in Diagnose

1

จู่ ๆ ลุงก็ยกเหล้ามาให้.

"กินให้เต็มที่เลย ไม่ต้องเกรงใจ"

แต่พูดก็พูด, ผมออกจะเกรงใจไม่น้อย

ขอใช้สถานที่ก็ลำบากใจอยู่แล้ว, ลุงยังเป็นธุระจัดหาอะไรต่อมิอะไรมาให้อีก



2

ไม่กี่เดือนก่อน, อาคารที่สร้างมาแรมปีก็แล้วเสร็จ

พร้อมที่จะให้พวกเราใช้เป็นที่ทำงานแห่งใหม่

เพิงของลุงตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง

ที่จริงตอนนั้น, คำว่าเพิงอาจจะเกินคำจำกัดความของมันด้วยซ้ำ

มีแค่เสาไม้เล็ก ๆ ง่อนแง่นไม่กี่ต้น, หลังคาดูราวกับไม่อาจทนลมทนฝนได้

สักพักก็เริ่มมีเก้าอี้ มีม้านั่ง

ลมเย็นพัดโชยเข้ามาบ่อยครั้ง ในบางวันที่ร้อนอบอ้าว ผมเคยเขามานั่งนอนเล่นอยู่บ้าง

จากคำบอกเล่าฟังเขามา, ลุงเป็นหนึ่งในพวกคนงานก่อสร้าง

เสาเพิงไม้นี่ก็ถูกตอกลงดิน, ช่วงใกล้กับที่ตอกเสาเข็มเริ่มสร้างอาคารใหญ่นั่นแหละ

จนการก่อสร้างแล้วเสร็จ,

อาคารใหญ่ตั้งสูงตระหง่าน ผ่านฝนทนหนาวมาได้,

ไม่ต่างจากเพิงหลังเล็ก ๆ ของลุง



3

ผมไม่รู้ชื่อ, หรือแม้แต่อายุลุง

รู้แต่ใบหน้าดำคล้ำนั่น, น่าจะผ่านประสบการณ์มาไม่น้อย

ถุงขนมถูกแขวน เครื่องดื่มเริ่มถูกทยอยขนเข้ามา เราเดาเอาว่า เขาคงจะเปิดร้านชำ หรืออะไรทำนองนั้น

ไม่นานนักลุงก็เริ่มสนิทสนมกับคนอื่น ๆ



4

มื้อกลางวัน.

"ลุงเขาแกงปลามาให้" พี่คนหนึ่งถือของฝากจากลุง แกงชามใหญ่ รสชาติอร่อย

ในที่สุดเราก็รู้, หลังจากสงสัยมาตลอดว่าลุงขี่ซาเล้งไปไหนทุกวัน

ตอบแทนน้ำใจ พวกเราแวะไปอุดหนุนที่เพิงนั่นบ้าง

ในที่สุดเราก็ทำกับข้าวมาแบ่ง

อยู่ห่างไปไม่ถึงร้อยเมตร, ในที่สุดผมก็ได้เจอลุงใกล้ ๆ เสียที



5

วันนั้น, พวกเราทั้งประหลาดใจ ระคนยินดี

ลุงมาในชุดเครื่องแบบรักษาความปลอดภัย

"หัวหน้าศูนย์เขาจ้าง" ลุงหันมายิ้มกว้าง "ชุดอย่างเท่ แต่กันชนหน้าหายไปแล้ว"

ทุกคนหัวเราะ ลุงเป็นคนน่ารัก - พวกเรารู้

ผมเองก็ด้วย อิจฉาอยู่ลึก ๆ ที่ลุงไม่ซีเรียสเลยกับเรื่องฟันหน้าที่ว่างเปล่าของตัวเอง

แล้วก็นึกขอบคุณหัวหน้าศูนย์ฯ ที่ปล่อยให้เพิงหลังนั้นตั้งอยู่

ผมเพียงแต่สังเกต,

ลุงรดน้ำต้นไม้ทุกวัน เก็บขยะ กวาดพื้น

เกินหน้าที่ยามไปมาก.



6

มองออกไปจากตรงนี้, ท้องทุ่งนากว้างไกล เห็นตัวเมืองอยู่ลับ ๆ ปลายขอบฟ้า

"เมื่อวานผมได้ปลามาหลายตัว แบ่งเอาไปไหม"

"เอางี้ลุง" ใครคนหนึ่งพูด "ทำแล้วกินด้วยกันดีกว่า"

เราชอบแซวลุงว่าร้อยตำรวจเอก, ก็ชุดของลุงตอนนี้มันเท่จริง ๆ

แต่ผมว่า ถึงไม่มีเครื่องแบบ ลุงก็ยังเท่

เสาต้นเล็กนิดเดียว แต่มันก็ทนแดดลมฝน

ไม่ต่างจากอาคารใหญ่ที่อยู่ใกล้กัน

บางทีขนาดมันอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญก็ได้

ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็เหมือนกัน, มันสำคัญที่ว่าอะไรทำให้เรายิ้มมากกว่า

.