quote (17)

posted on 18 Feb 2012 11:35 by kaekaekaekae  in quote
ทางออกของปัญหา มักอยู่ที่ทางตัน // นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
 
เมื่อเราเหยียดหยามผู้อื่น เราก็เหยียดหยามความเป็นมนุษย์ในตนด้วย // วิรัตน์ โตอารีย์มิตร
 
เราอาจจะเชื่อมโยงเรื่อง ใหม่ๆกับเพื่อนเก่าได้ไม่มากนัก แต่ทุกครั้งที่เราเจอเพื่อนเก่าและคุยเรื่องเก่าๆกัน เราจะพบความเชื่อใจที่ไร้เงื่อนไขในวัยเยาว์อีกครั้ง  // กตัญญู สว่างศรี
 
ไม่ต้องบอกว่าตัวเองเป็นตัวจริง ตัวปลอม มืออาชีพ มืออาชุ่ย ไม่ต้องเอ่ยอะไรสักแอะ เพราะผลงานมันฟ้องจนหมดเปลือกอยู่แล้ว // ณัฐชนน มหาอิทธิดล
 
ทำอะไรที่ทำได้ไปก่อน ขอให้เดินหน้าไปก่อน บางทีเราอาจจะไม่เห็นทางทั้งหมด ไม่เป็นไร ขอให้ทุกวันได้พัฒนาตัวเองให้ใกล้เป้าหมายมากขึ้น // บัณฑิต อึ้งรังษี
 
เราคงไม่มาเขียนอะไรด่าคนที่เขาไม่อยากจะคิดและทำเหมือนกับเรา แม้แต่ก่อนเขาจะเคยคิดและทำเหมือนเราก็ตาม โดยเฉพาะในที่สาธารณะ ถ้ารักกันจริงก็โทรไปคุยหรือเดินทางไปหากันดีกว่าครับ ไขความข้องใจกันไป // จีระวุฒิ เขียวมณี
 
ความรู้ก็เหมือนของสะสม คงไม่สามารถได้มาในเวลาเดียวกัน แต่ต้องค่อย ๆ เก็บเล็กผสมน้อย ความรู้ไม่มีเก่า มีแต่ยิ่งเก็บยิ่งเก๋า และที่สำคัญก็คือว่าใช้เท่าไรก็ไม่เคยหมด // ประสาน อิงคนันท์
 
รักแล้วเสียใจ ก็ยังมีภาพที่สวย ภาพที่งดงามในความทรงจำมากกว่า เสียใจที่ไม่ได้รัก // นพปฎล พลศิลป์
 
ชีวิตดี ๆ ต้องการแค่ให้คุณดีพอ ไม่ใช่ต้องการให้คุณพยายามสร้างภาพที่ดีพร้อม // ศรันย์ ไมตรีเวช
 
ความสำเร็จ อาจอยู่หลังเราแค่ก้าวเดียว แต่บางทีเราไม่เคยมองมันเลย // วิศุทธิ์ พรนิมิตร
 
 
 
 
*** ไปสัมภาษณ์คุณเซียม แห่งบล็อก Seam-C's Blog มาครับ ความคิดเขาน่าสนใจมาก !
 
เรียนเชิญอ่านได้ที่
 
 
*** นอกจากนี้ก็ยังมีคุณนุ้กแห่งบล็อก Iamdozenist ครับ สุดยอดไม่แพ้กัน
 
หลายคนคงพอรู้กันบ้างแล้วว่าผมมีบล็อกใหม่
 
ชื่อ The Last Question ก็เพราะว่า เนื้อหามันเกี่ยวกับคำถามโดยตรง.
 
คำถามที่สงสัย, คำถามที่ไม่เข้าใจ.
 
 
 
ไม่ใช่แค่ตั้งคำถามแล้วจบไป, ผมยังนำคำถามอีกหลายคำไปสู่บล็อกเกอร์ท่านอื่น ๆ
 
ด้วยความเชื่อว่า ถ้าเราตั้งคำถามที่ดี,
 
เราก็จะได้คำตอบที่ดีออกมา
 
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมา, ไม่ใช่แค่ว่าคำตอบมันออกมาดีเท่านั้น
 
บางคำยังเข้าขั้น 'ดีเลิศ'
 
 
 
 
ความเชื่อที่ว่า "คำตอบสะท้อนตัวตนคนตอบ" คงจะมีส่วนจริงไม่มากก็น้อย
 
มีคำถามหนึ่งที่ผมตั้งใจถามทุกคน
 
"ความสุขในวันนี้ของคุณคืออะไร"
 
หลายคนสุขมาก บางคนสุขมากมาก
 
มาทำงานทันเวลา – ได้กินไอศกรีมและขนมอร่อย –หัวเราะกับเพื่อนๆ – ไม่มีงานด่วน - เลิกงานตามเวลาเป๊ะ -  ฝนตก – มีโอกาสทำความดีเล็กๆน้อยๆ - ถึงบ้านโดยปลอดภัย - ได้เขียนหนังสือ – ดีเจเปิดเพลงที่อยากฟัง – ได้อ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้ … (คุณเจ้าหญิงน้ำแข็ง)
 
ทุกครั้งที่มีคนบอกว่า พี่คือ idol ของหนู …. แม่งสุดยอด เพราะทุกคนที่พูดอย่างนั้น เค้ามองมาที่ผมแล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย เราทำได้ใช่มั้ยถ้าเราเชื่อและพยายามมากพอ" (คุณบรรทัดที่สิบเอ็ด)
 
ประโยคหนึ่งในเพลง “ทะเลใจ” ของคาราบาวร้องว่า “ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่เพียงตัวและจิตใจ เป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน” คงจะแค่นั้นครับ (คุณ 40 reborn)
 
ความสุขวันนี้มาจากเมื่อวานที่ได้ออกไปทานข้าวกับคนที่อยากทานด้วยและเดินเลือกของในซุปเปอร์เพื่อมาทำกับข้าวทานคนเดียว
ความ สุขวันนี้เลยหอมกรุ่นกลิ่นข้าวหุงสุกใหม่ และแซมด้วยกลิ่นผ้าที่ซักแล้วแขวนกางแดดจ้า การได้มีเวลาว่างเพื่อมาจัดการเรื่องชีวิตประจำวันให้เดินช้าๆ ดูจะเป็นความสุขของวันนี้ค่ะ (คุณ
[[FunGi]]
)
 
การได้ตื่นมาทุกเช้าแล้วรู้ว่าเรายังหายใจอยู่ ยังมีชีวิตอยู่ที่จะได้เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้รู้จัก ไม่ได้สัมผัส
การ ได้รู้จักผู้คนมากมายทั้งที่เคยอยู่ด้วยกัน ยังอยู่ด้วยกัน จะอยู่ด้วยกัน และอีกหลายคนที่จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตให้แก่กัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่วิเศษมากจริงๆ 
และการได้อ่านหนังสือดีดี ฟังเพลงเพราะๆ ดูหนังดูละครที่อยากดู ได้ออกเดินทางไปยังสถานที่แปลกใหม่ และได้ลองทำอะไรหลายอย่างที่อยากทำ
นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปครับ (คุณ Iamdozenist)
 
 
 
ไม่ว่าอย่างไร สำหรับผม มีความสุขมากสำหรับมิตรภาพบนนี้
 
ตอนที่จะเปิดบล็อกแล้วเลือก exteen ก็ไม่คิดว่ามันจะเดินทางมาไกลขนาดนี้ ขอบคุณมาก ๆ ครับ

 
 
 
* ใครยังไม่เคยอ่าน ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งเลยครับ
 
 
 
 
สุดท้าย ความสุขในวันนี้ของคุณคืออะไรครับ ?

ด้วยกัน

posted on 11 Feb 2012 01:41 by kaekaekaekae  in life
ปีก่อน, เป็นครั้งแรก, ที่จะได้มีหลาน.
 
ตัวผมเองนั้นจะได้เลื่อนขั้นเป็นคุณลุง
 
แต่, หลานคนนี้เกือบจะไม่ได้เกิดมา.
 
 
 
เรื่องมันเริ่มมาจาก, เด็กสาวคนหนึ่งในวัยมัธยม.
 
เธอพลาด.
 
เขาพลาด.
 
หลังจากที่เธอรู้ตัวว่าตั้งท้อง, ความเครียดมิได้อัดแน่นที่ตัวเธอเท่านั้น.
 
แต่หมายรวมถึงทุกคน
 
ตั้งแต่พ่อแม่ของเธอที่โมโห. พี่ป้าน้าอาที่สงสัย. และปู่กับย่าที่ไม่เข้าใจ.
 
ทุกคนถกเถียงกันว่าจะหาทางออกอย่างไร, ทั้งกับเด็ก และแม่ของเด็ก
 
แววตาสีหน้าของแต่ละคนตอนนั้น, คลับคล้ายว่าผมไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อน
 
ราวกับว่า, สายเลือดเดียวกันของพวกเรา, ได้เหือดแห้งไปนับแต่ปัญหานี้เกิดขึ้นมา.
 
 
 
ไม่ใช่แค่ปัญหาเท่านั้นที่เกิด, เด็กคนนี้ก็เกิด.
 
สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี อารมณ์และพัฒนาการก็เป็นไปด้วยดี
 
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เกือบปีแล้ว.
 
แม่ของเด็กในวัย 17 เริ่มมีใบหน้าอ่อนล้าลงเรื่อย ๆ
 
แต่หน้าเธอยังมีรอยยิ้ม.
 
 
 
ทุกคนที่เคยเถียงทะเลาะกันไปเมื่อสองย่อหน้าก่อน, ถึงวันนี้พวกเขาก็ยังคงเถียงกันอยู่.
 
ใครจะชงนม
 
ใครจะไกวเปล
 
ใครจะเปลี่ยนผ้าอ้อม
 
ถึงจะเถียง, แต่ก็ไม่มีใคร 'เกี่ยง'
 
ครับ. ครอบครัวผมทุกคนช่วยกันเลี้ยงเด็กคนนี้.
 
 
 
"พี่เก้ ฝากดูน้องหน่อยนะ"
 
คุณแม่มือใหม่เดินเข้าไปปรึกษาคุณพยาบาลที่อยู่เข้าเวร.
 
เป็นไม่กี่ครั้งในชีวิต, ที่ผมได้อุ้มเด็ก.
 
แต่ครั้งนี้, มันต่างจากครั้งก่อนมากมาย.
 
ผมรู้สึกว่าผมต้องดูแล เอาใจใส่ และรับผิดชอบเด็กที่นั่งอยู่บนตักคนนี้.
 
ต่างจากผมคนก่อน, คนที่เคยเกลียดและรำคาญเมื่อต้องอยู่ใกล้เด็กอย่างลิบลับ.
 
 
 
ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา, แน่นอนว่าเป็นเวลาแห่งการรวมญาติ.
 
เด็กชายเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยครั้ง.
 
และทุกครั้ง, มันสร้างรอยยิ้ม, และเสียงหัวเราะ
 
 
 
คนเราพลาดกันได้.
 
สิ่งสำคัญอยู่ตรงที่, เมื่อคนที่คุณรักเขาทำผิดพลาด, การกระทำแบบใดที่คุณเลือกที่จะทำ.
 
 
 
 
 
 
 
* ผมไปคุยกับคุณ Iamdozenist มา เชิญอ่านได้ที่นี่เลยครับ

เหรียญมีสองด้าน ?

posted on 28 Jan 2012 04:35 by kaekaekaekae  in think
คิดอยู่นาน. ว่าจำเป็นต้องอัพเดทเอนทรีนี้ไหม.
 
แล้วก็ตัดสินใจ.
 
 
 
คนพูดกันเยอะเรื่องมาตรา 112
 
แก้และไม่แก้.
 
(ใครที่ยังคงไม่รู้ว่า 112 คืออะไร, เสิร์ชกูเกิล)
 
 
 
มุมมองหนึ่งที่ผมข้องใจ
 
คือการมองแบบตายตัว. ของคนทั้งสองฝ่าย
 
ฝ่ายที่อยากให้แก้กฏหมายนี้, มองอีกฝ่ายว่าโง่ เซ่อ หัวโบราณ.
 
ฝ่ายที่ไม่อยากให้แก้มาตรานี้, มองอีกฝ่ายว่าทรยศ ขายชาติ ไม่รักสถาบัน.
 
 
 
 
 
คุณเคยเห็นเหรียญใช่ไหมครับ ?
 
มันมีสองด้าน.
 
เวลาคุณมองจากด้านหนึ่ง, มันจะไม่เห็นอีกด้านหนึ่ง.
 
มนุษย์ก็เป็นอย่างนั้น, ที่สำคัญ, มนุษย์คนหนึ่งมีได้เป็นสิบด้าน
 
คนที่คุณรู้จักเขา, ก็อาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด
 
นับประสาอะไรกับคนที่คุณไม่รู้จัก
 
คุณจะตัดสินเขาไหม ?
 
คุณจะตัดสินผมไหม ?
 
 
 
ผมบอกตามตรง ผมนั้นรัก และยกย่องเทิดทูนในหลวงมาก
 
พระองค์ท่านทรงงานหนักมาตั้งแต่ผมจำความได้
 
ผมเป็นคนหนึ่งที่ยิ้ม เมื่อเห็นพระองค์ท่านยังคงมีพลานามัยแข็งแรง
 
ผมเป็นคนหนึ่งที่น้ำตาซึม เมื่อเห็นพรงองค์ยังทรงให้โอวาทแก่ปวงชนชาวไทย
 
ใช่, ผมเองก็เป็นคนหนึ่ง, ที่กล้าพูดได้ว่ารักในหลวง
 
 
 
 
ผมไม่เห็นด้วยกับการบังคับใช้มาตรา 112
 
และ, ผมไม่ได้เป็น (ถ้าหากคุณกำลังคิดว่าผมต้องเป็น) พวกขายชาติ พวกทรยศประเทศ พวกล้มเจ้า
 
ผมไม่ใช่ พวกไม่รู้กฏหมาย
 
ผมไม่ใช่ พวกหลงเชื่อคำคนง่าย พวกไม่ศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจ
 
โปรดอย่าคิด อย่าตัดสินผมเลยครับ
 
อย่าตัดสินใครก็ตาม
 
- ผมสงสัยว่า พ่อแม่เขายังอยู่หรือเปล่า รุ่นพ่อรุ่นแม่น่าจะทันได้เห็น”ในหลวง” ทรงงานมาตลอด ถ้าลูกไม่ใส่ใจในความเป็นกษัตริย์นักพัฒนา มัวแต่ดื้อด้านจะแก้กฎหมายท่าเดียว แล้วพ่อแม่พวกนี้ทำอะไรอยู่..ไม่ห้ามปรามเลยหรือ? หรือวายชนม์ไปหมดแล้ว? ผมขอโทษนะครับ อย่าหาว่าผมก้าวล่วง แต่อยากถามคนกลุ่มนี้จริงๆว่า พ่อแม่คุณอบรมสั่งสอนหรือเปล่า?
 
- คงจะเป็นพวกบ้านแตก สาแหรกขาดแน่ๆ พ่อ แม่ ลูก คิดไม่เหมือนกัน คนในครอบครัวคงจะมีแต่ความทุกข์ น่าสงสารพวกเขานะคะ เกิดมาทั้งที ไม่คิดตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เสียชาติเกิดนะคะ
 
- คนพวกนี้แม้แต่ในครอบครัวเขาอาจไม่ชอบการกระทำแบบนี้ก็ได้ พวกนี้จิตไม่เรียบง่าย อยู่ที่ไหนก็เป็นแกะดำ ชอบทำอะไรที่ขัดต่อความถูกต้องดีงาม เอาไว้ไม่ได้
 
- พ่อหลวงองค์นี้ ท่านไม่ธรรมดาเลย มีคุณธรรมสูงมาก ใครผู้ใดบังอาจลบหลู่ผู้มีคุณธรรมสูง มีพระคุณต่อแผ่นดินสูงเช่นท่าน ก็เตรียมรับวิบากกรรมอันหนักหนาสาหัสกันเอาเอง
 
- ให้สืบประวัติบรรพบุรุษของพวกคนเหล่านั้นดูซิคะว่าดั้งเดิมของพวกเขามาจากรากเหง้าเป็นคนไทยหรือเปล่าแต่ก็ช่างเถอะคนพวกนี้มันชอบ เงิน เงิน และก็เงิน
 
- ใครๆ ก็รู้ว่าพ่อเหนื่อยขนาดใหน. พ่อทำเพื่อคนไทยขนาดไหน ยังมีคนประเภทนี้อยู่ในโลกอีกด้วยหรือ ที่ไม่สำนึกบุญคุณของพ่อ บุญคุณของแผ่นดิน
 
 

 
ผมนั่งอ่านโพสต์ของพวกเขาบนเฟซบุ็ค
 
ผมไม่อาจรู้ว่า, พวกเขาคิดอย่างไรกับเรื่อง 'คนก็เปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้าน'
 
และผมคงไม่อาจไปตัดสิน
 
 
 
ขออภัย, ถ้าผมทำให้คุณเกลียดผมเสียแล้ว.
 
แต่อย่ามองผมแค่ด้านเดียวเลยครับ.
 
แค่จินตนาการ, ว่าตนเองเป็นพวก 'ล้มเจ้า' ผมก็รู้สึกขันขื่นจะแย่แล้ว.
 
 
 
คนที่ไม่อยากให้แก้ อาจจะแค่กังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับพระมหากษัตริย์ และประเทศชาติ
 
คนที่อยากให้แก้ อาจจะแค่กังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับพระมหากษัตรย์ และประเทศชาติเช่นกัน
 
 
 
 
บางที ความขัดแย้งที่เราคิดว่ามันจบไปแล้ว, อาจยังคงแฝงตัวอยู่ในสังคม
 
บางที ความเกลียดชังที่เราเคยต่อต้าน, อาจยังคงแฝงฝังอยู่ในตัวเราเอง
 
บางที หนทางที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ แสวงจุดร่วม หรือสงวนจุดต่าง
 
แต่เป็นยอมรับความแตกต่างนั้น และพยายามทำความเข้าใจ.
 
ในฐานะที่เกิดมาร่วมโลกเดียวกัน

หมึกปากกา

posted on 11 Jan 2012 02:46 by kaekaekaekae  in life
ก่อนหน้าที่จะมาบันทึกสิ่งละอันพันละน้อยบนหน้าจอ, ผมมักจดมันลงบนสมุด.
 
ไม่ว่าเรื่องดีเรื่องแย่.
 
นานเท่าไรแล้ว.
 
 
 
หลายปีก่อน
 
ผมในคราบเด็กมัธยม ก็ทำเช่นเดียวกันนี้
 
แต่ความที่ขี้เกียจเขียน, จึงกลายเป็นบันทึกที่ขาดห้วง, ไม่ปะติดปะต่อ
 
ชีวิตมีทางเดินของมัน
 
ชีวิตใครชีวิตมัน
 
ชีวิตเรามีชีวิตเดียว
 
ชีวิตเราคืออะไร ?
 
หยิบสมุดเล่มนั้นมาอ่านในตอนนี้, ผมได้แต่สงสัย และสงสัย
 
ตอนนั้น, ผมคิดอะไร
 
 
 
เคยได้ยินใครบางคนบอกว่า เรานั้นเปลี่ยนไปทุกวินาที
 
ตัวเราในวินาทีนี้, ก็ไม่อาจเหมือนในวินาทีก่อนหน้า
 
แล้วถ้าเปลี่ยนจากวินาที เป็นนาที
 
จากชั่วโมง, เป็นวัน
 
จากเดือน, เป็นปี
 
คนเราจะเปลี่ยนไปสักแค่ไหนกัน
 
 
 
ตอนที่ผมเตะบอลกับเพื่อนหลังเลิกเรียน
 
ตอนที่ผมถูกคนรักบอกลา

ตอนที่ผมลาออกจากที่ทำงาน
 
ตอนที่ได้นั่งเล่นเกมกับเพื่อน
 
ตอนที่รู้ข่าวว่าเพื่อนรักตาย
 
ตอนที่ได้รู้ว่าแม่ยังคงแข็งแรง
 
ดูเหมือนชีวิตมนุษย์แต่ละคนจะมีเรื่องราวทั้งนั้น, ซึ่งแต่ละเรื่องก็ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้มากมาย
 
เสมือนแผลเป็น บางแผลพบเจอก็หัวเราะ บางแผลพบเจอก็ซึมเศร้า
 
ถ้าผมย้อนเวลา กลับไปหาตัวผมในอดีตได้ ?
 
ผมจะทำไหม ?

 
 
 
เครื่องหมายคำถามตัวใหญ่, ถูกเขียนด้วยหมึกปากกาอยู่ในสมุดเล่มนั้น
 
ตอนนั้น ชีวิตผมมีแต่คำถาม
 
หากเปรียบชีวิตเป็นสมุดสักเล่ม, การตัดสินใจของเราก็คงเป็นดั่งหมึกปากกา
 
เมื่อลงหมึกไปแล้วก็ไม่สามารถลบได้ ต่อให้พยายามเท่าไรก็ยังเหลือร่องรอยอยู่อย่างนั้น
 
เครื่องหมายคำถามยังคงอยู่ในหน้าเดิม, มันอาจแปลได้ว่าชีวิตผมก็ยังคงเต็มไปด้วยคำถามเช่นเดิม
 
 
 
อย่างไรก็ตาม
 
ตอนนี้, ผมสามารถตอบบางคำถามที่เคยสงสัยตอนนั้นได้แล้ว
 
แต่ ผมคงจะไม่บอกตัวผมเองในอดีตหรอก,
 
ผมจะไม่บอกเขา ว่าคนที่เขารักจะทิ้งเขาไปมีคนใหม่
 
ผมจะไม่บอกเขา ว่าเพื่อนรักจะจากไปไม่มีวันกลับ
 
ผมจะไม่บอกเขา ว่าเขาจะล้มเหลวในอาชีพมากมาย จนต้องเปลี่ยนงานนับครั้งไม่ถ้วน
 
ผมจะไม่บอกเขา ว่ามีน้อยคน ที่จะเข้าใจความคิดของเขา
 
ผมจะไม่บอกเขา ว่าจนกระทั่งหลายปีผ่านไป เขาก็ยังคงมีน้ำตา
 
 
 
เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง เมื่อวันเวลาผันผ่าน
 
อย่างหนึ่งที่ผมเรียนรู้
 
เวลาเป็นสิ่งมีค่าที่สุดเท่าทีมนุษย์คนหนึ่งพึงจะมี
 
เวลาเป็นดั่งหมึกปากกานั้น
 
ปากกาด้ามเดียวที่ผมมี
 
 
 
ผมคงจะไม่ย้อนเวลา กลับไปเจอตัวเองในตอนนั้น
 
เพื่อที่ "ผมคนนั้น" จะได้รู้
 
เพื่อนตาย แต่เขาก็ยังคงมีเพื่อนอีกมากมาย
 
คนไม่เข้าใจความคิดเขา
 
แต่ก็ยังมี คนที่ "เข้าใจ" เขา
 
และ น้ำตา ที่หลั่งไหล
 
มันเป็นน้ำตา แห่งความปลื้มปิติ เปี่ยมไปด้วยความสุข
 
 
 
คืนนี้, ผมได้มาอีกหนึ่งคำตอบ
 
ไม่สำคัญแล้ว ว่าชีวิตมันคืออะไร
 
สำคัญแค่ เราจะใช้มันอย่างไร
 
 
 
เมื่อมองมากขึ้น, ก็จะเห็นมากขึ้น
 
และผมคิดว่า ชีวิตผมตอนนี้คุ้มค่าแล้ว ผมไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้
 
ขอให้คุณใช้ชีวิตให้สนุกนะครับ
 
สวัสดีปีใหม่ครับผม
 
 
 
ผมไปคุยกับคุณ [[FunGi]] มา ลองอ่านได้ที่นี่ครับ