เพื่อนเป็นชาวนา.
posted on 19 May 2012 17:59 by kaekaekaekae in life directory Diaryเสียงรองเท้าบดกับพื้นสนาม, ตามด้วยลูกฟุตบอลลอยไปตกกระทบหลังคากระเบื้อง
“ไอ้ห่า บ้านกู”
ชายคนหนึ่งยิ้มแล้วส่ายหัวเบา ๆ ทั้งสนามโอดครวญ “เดินเก็บไกลแหละที่นี้”
ผมรู้จักชายคนนี้.
ตอนประถม.
เขากับผมเรียนโรงเรียนวัดมาด้วยกัน และตอนนั้น ก็เตะบอลด้วยกัน
“อีกสามลูกนะเว้ย เหนื่อยแล้ว”
เป็นความหมายว่าฝั่งไหนยิงได้สามประตูก่อน, ก็จบเกม
ผมไม่ได้เจอเขามาตั้งแต่ประถม ตอนนั้นเขาค่อนข้างตัวหนา แต่ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าอ้วนเลยทีเดียว
หน้าที่การงาน, เขารับช่วงต่อจากคนรุ่นก่อน ในวันที่ปู่ตาทำนาไม่ไหว พ่อแม่เริ่มอ่อนล้าเรี่ยวแรง เขากลายเป็นชาวนาเต็มตัว
ผมเจอเขาเมื่อประมาณหนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้า อันที่จริงต้องบอกว่าเขาเจอผมมากกว่า ระหว่างที่ผมนั่งอยู่ร้านแม่ในตลาด จู่ ๆ เขาก็เข้ามาทัก – จำผมได้
เห็นรูปร่าง, ผมทายว่าเขาคงไม่ได้ออกกำลังกายแน่เลยใช่ไหม ปล่อยตัวเสียขนาดนี้
.”โอ้ย เตะบอลทุกวัน ข้างบ้านเป็นโรงสี มึงไปเตะด้วยกันเปล่า ท่าทางขาดสารอาหาร ตัวไม่สูงขึ้นเลยนี่หว่า” เราหัวเราะลั่น
และผมตอบตกลง.
เหงื่อออกได้ที่, ผมสนุกเสมอเมื่อเล่นฟุตบอล จะว่าไป นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นกลางโรงสีข้าว
พักกินน้ำ เขานั่งเหยียดขาอยู่ข้างสนาม
“แก่แล้วเหรอวะ” ผมถาม
“โอ้ย แรงเยอะแยะ เป็นห่วงก็แต่มึงนั่นแหละ” เราหัวเราะกันอีก
“งานที่ทำอยู่เป็นไงมั่งวะ”
“ก็ดี กำลังดี มึงเป็นไง”
เขาบอก “มึงรู้เปล่า วัน ๆ นึง กูว่างทั้งวันเลย”
จำคำพูดไม่ได้มาก เขาเล่าว่า วิถีชีวิตของเขา ว่างจากการหว่านไถเก็บเกี่ยว คืออยู่บ้าน ช่วยผู้คนที่รู้จักทำสารพัด ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ถางป่า ปลูกผัก
อีกทั้งข้าวที่มีเหลือเฟือ ไม่ต้องซื้อหา, ฟังดูเป็นชีวิตที่สุขสบาย
“แล้วในข่าวที่ชาวนาเขาลำบากกันวะ” ผมถาม
“กูไม่เห็นจะลำบากอะไร”
“ไม่เหนื่อยเหรอวะ”
“ไอ้ห่า เหนื่อยก็นั่งพัก กินน้ำกินท่า เย็นว่าง ๆ ก็เตะบอล เลี้ยงหลาน เยอะแยะ”
ใช่, ฟังดูเป็นชีวิตที่สุขสบาย
ไม่ต้องมีเงินเดือนเรือนหมื่น ไม่จำเป็นต้องอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่โต
ยามเย็น, ลมพัดเอื่อย ๆ รู้สึกได้ อาจไม่ต้องพึ่งพัดลมด้วยซ้ำไป
ชีวิตเป็นเรื่องง่าย, บางที เป็นเราเองนี่แหละที่ “คน” ให้มันซับซ้อน วุ่นวาย
บอลจบแล้ว คนแยกย้ายไปตามทาง
คงไม่แปลกใจ เมื่อเขาชวนกินข้าว ผมเองก็ตอบตกลงด้วยเต็มใจ
ก่อนจะถามเขา
“เออ แล้วทำไมถึงอ้วนวะ”
เราหัวเราะด้วยกันอีกครั้ง.
“ไอ้ห่า บ้านกู”
ชายคนหนึ่งยิ้มแล้วส่ายหัวเบา ๆ ทั้งสนามโอดครวญ “เดินเก็บไกลแหละที่นี้”
ผมรู้จักชายคนนี้.
ตอนประถม.
เขากับผมเรียนโรงเรียนวัดมาด้วยกัน และตอนนั้น ก็เตะบอลด้วยกัน
“อีกสามลูกนะเว้ย เหนื่อยแล้ว”
เป็นความหมายว่าฝั่งไหนยิงได้สามประตูก่อน, ก็จบเกม
ผมไม่ได้เจอเขามาตั้งแต่ประถม ตอนนั้นเขาค่อนข้างตัวหนา แต่ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าอ้วนเลยทีเดียว
หน้าที่การงาน, เขารับช่วงต่อจากคนรุ่นก่อน ในวันที่ปู่ตาทำนาไม่ไหว พ่อแม่เริ่มอ่อนล้าเรี่ยวแรง เขากลายเป็นชาวนาเต็มตัว
ผมเจอเขาเมื่อประมาณหนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้า อันที่จริงต้องบอกว่าเขาเจอผมมากกว่า ระหว่างที่ผมนั่งอยู่ร้านแม่ในตลาด จู่ ๆ เขาก็เข้ามาทัก – จำผมได้
เห็นรูปร่าง, ผมทายว่าเขาคงไม่ได้ออกกำลังกายแน่เลยใช่ไหม ปล่อยตัวเสียขนาดนี้
.”โอ้ย เตะบอลทุกวัน ข้างบ้านเป็นโรงสี มึงไปเตะด้วยกันเปล่า ท่าทางขาดสารอาหาร ตัวไม่สูงขึ้นเลยนี่หว่า” เราหัวเราะลั่น
และผมตอบตกลง.
เหงื่อออกได้ที่, ผมสนุกเสมอเมื่อเล่นฟุตบอล จะว่าไป นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นกลางโรงสีข้าว
พักกินน้ำ เขานั่งเหยียดขาอยู่ข้างสนาม
“แก่แล้วเหรอวะ” ผมถาม
“โอ้ย แรงเยอะแยะ เป็นห่วงก็แต่มึงนั่นแหละ” เราหัวเราะกันอีก
“งานที่ทำอยู่เป็นไงมั่งวะ”
“ก็ดี กำลังดี มึงเป็นไง”
เขาบอก “มึงรู้เปล่า วัน ๆ นึง กูว่างทั้งวันเลย”
จำคำพูดไม่ได้มาก เขาเล่าว่า วิถีชีวิตของเขา ว่างจากการหว่านไถเก็บเกี่ยว คืออยู่บ้าน ช่วยผู้คนที่รู้จักทำสารพัด ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ถางป่า ปลูกผัก
อีกทั้งข้าวที่มีเหลือเฟือ ไม่ต้องซื้อหา, ฟังดูเป็นชีวิตที่สุขสบาย
“แล้วในข่าวที่ชาวนาเขาลำบากกันวะ” ผมถาม
“กูไม่เห็นจะลำบากอะไร”
“ไม่เหนื่อยเหรอวะ”
“ไอ้ห่า เหนื่อยก็นั่งพัก กินน้ำกินท่า เย็นว่าง ๆ ก็เตะบอล เลี้ยงหลาน เยอะแยะ”
ใช่, ฟังดูเป็นชีวิตที่สุขสบาย
ไม่ต้องมีเงินเดือนเรือนหมื่น ไม่จำเป็นต้องอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่โต
ยามเย็น, ลมพัดเอื่อย ๆ รู้สึกได้ อาจไม่ต้องพึ่งพัดลมด้วยซ้ำไป
ชีวิตเป็นเรื่องง่าย, บางที เป็นเราเองนี่แหละที่ “คน” ให้มันซับซ้อน วุ่นวาย
บอลจบแล้ว คนแยกย้ายไปตามทาง
คงไม่แปลกใจ เมื่อเขาชวนกินข้าว ผมเองก็ตอบตกลงด้วยเต็มใจ
ก่อนจะถามเขา
“เออ แล้วทำไมถึงอ้วนวะ”
เราหัวเราะด้วยกันอีกครั้ง.
ผมเพิ่งสัมภาษณ์คุณนิก NickyOkawa ครับ อ่านได้ที่