กำแพงความสัมพันธ์

posted on 31 Mar 2012 17:14 by kaekaekaekae  in life
ผู้ชายในที่ทำงานคนหนึ่ง ชื่อพี่โอ.
 
แกทำงานมานาน.
 
อย่างหนึ่งที่สังเกตเห็น, คือเมื่อมีพนักงานใหม่ พี่โอไม่ใช่คนที่จะเข้าไปทักทาย หรือต้อนรับขับสู้
 
บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเป็นเพราะปรับตัวไม่เก่ง, หรือเป็นความตั้งใจที่จะรักษาระยะห่างเอง
 
 
 
 
ความย้อนแยงประการหนึ่งคือ พี่โอก็เป็นที่ชอบพอของเพื่อนร่วมงาน คุยเล่นเฮฮาอยู่เสมอ
 
แต่ บางครั้งแกก็ยกงานแยกไปทำคนเดียว
 
ข้าว - ในบางวันก็ยกจานไปกินคนเดียว
 
จะบอกว่าหยิ่งหรือรังเกียจก็คงไม่ใช่ เพราะที่จริงส่วนใหญ่แกก็เข้ามาทำงานด้วยกัน
 
และทุกคนก็ช่วยเหลือพี่โอเสมอ
 
 
 
 
ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเลย, ถ้าจะบอกว่า ตั้งแต่ทำงานมา ผมกับพี่โอคุยกันประมาณไม่ถึงห้าครั้ง
 
และผมเป็นฝ่ายเริ่มคุย.
 
 
 
 
จนกระทั่งวันนั้น.
 
ผมปิดงานไม่ทันเวลา.
 
พี่โอเดินเข้ามาตบไหล่.
 
ผมคิดว่าอาจได้รับคำตักเตือนหรือต่อว่าที่งานล่าช้า.
 
กลับกลายเป็น. เขาพูดว่า "เดี๋ยวกูช่วย"
 
 
 
 
จากนั้น. ในวงเหล้า. เขาเริ่มเป็นฝ่ายทักทาย. ถามไถ่ทุกข์สุขผม.
 
ในเวลานั้นก็ได้แต่ยิ้ม
 
รู้สึกเหมือนกำแพงที่เคยรู้สึกว่ามี. มันหายไป.
 
 
 
 
แท้จริงเส้นแบ่งระหว่างคำว่า "เพื่อนร่วมงาน" กับ "เพื่อนร่วมทาง"
 
มันก็เป็นแค่เส้นบาง ๆ
 
บางที เส้นแบ่งที่ว่า ก็อาจไม่มีอยู่ด้วยซ้ำไป.
 
ทางที่ดี. อย่าเพิ่งตัดสินการกระทำของใครคงดีกว่า.
 
ถ้ายังไม่รู้จักเขาเพียงพอ.
 
 
 
 
* ผมสัมภาษณ์คุณแอ้แห่งบล็อก Littlest Blog 
 
เชิญอ่านได้ที่นี่ครับ.
 

3 สิ่งดี ๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

posted on 18 Mar 2012 16:59 by kaekaekaekae  in life  directory Diary
เพิ่งอ่านหนังสือ "3 สิ่งดี ๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา" ของมูลนิธิโลกสีเขียวฮะ
 
เลยอยากทดความคิดเกี่ยวกับสามสิ่งดี ๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมาของผมบ้าง.
 
 
 
1. เตะบอลกับคนไม่รู้จัก...
 
ปกติแล้วผมเตะบอลกับเพื่อนพี่น้อง
 
เวลาที่ไม่ค่อยว่างเท่าไร ทำให้ช่วงหลังห่างหายไปบ้าง
 
วันนั้น. กลายเป็นว่า ผมว่างครับ.
 
แต่พรรคพวกไม่ว่าง 
 
อารมณ์เบื่อหน่ายที่ไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ.
 
ผมขับรถมาจอดที่สนามกีฬาใหญ่
 
คุณลุงวิ่งออกกำลังกาย คุณป้าพาหลานมานั่งเล่น คุณอาคุณน้าเล่นแบตมินตัน
 
ผมเดินเข้าไปใกล้ริมสนาม
 
ที่นั่น. สนามใหญ่ถูกขีดพื้นที่ให้เป็นสนามเล็ก. กลุ่มผู้ชายรุมเตะบอล
 
ทีแรกกะจะนั่งดูพวกเขา. แต่ความที่ชุดกับรองเท้าผมก็ใส่ครบ
 
พวกเขาจึงชวนให้เล่นด้วยกัน.
 
เตะบอลกับคนที่ไม่รู้จัก, สนุกพอ ๆ กับที่เตะกับเพื่อนเลยครับ
 
ผมว่าบางที คำว่า พรรค - พวก - พ้อง นี่ก็เป็นแค่คำสมมติเท่านั้นเอง แท้จริงแล้วเราสามารถอยู่ร่วมกับใครก็ได้ ทำอะไรด้วยกันได้เสมอ ตราบใดที่ยินดี และมีความสุขกันทั้งสองฝ่าย
 
เส้นแบ่งที่กีดกั้นพวกเราเอาไว้. ก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน.
 
 
 
 
2. เล่นโปรแกรม Skype เป็น...
 
ด้วยคำชักชวนของเพื่อน รวมถึงคำบรรยายสรรพคุณต่าง ๆ ถึง Skype
 
ทำให้ผมอยากรู้จักมัน
 
ด้วยความช่วยเหลือของคุณปุ่น ('I'm E29AZA')
 
ทำให้ในที่สุดผมก็ใช้เป็น
 
ผมชอบโปรแกรมนี้ตรงที่ว่า มันเหมือนเป็นการเอาคนสองคนมานั่งคุยกันต่อหน้า.
 
เวลาได้เห็นเพื่อนที่ไม่เจอกันนาน มันทั้งตื่นเต้น ดีใจ.
 
ไม่ถูกจำกัดความรู้สึกด้วยอักษร. ไม่ถูกปิดกั้นอารมณ์จากการต้องฟังแค่เสียง.
 
สิ่งที่กั้นขวาง. มีแค่เพียงหน้าจอ.
 
ซึ่งนั่นก็ย้อนกลับมาสู่ความคิดที่ว่า - จริง ๆ แล้ว มนุษย์เรายังต้องการการสัมผัสกันอยู่ใช่ไหม
 
Skype ทำให้ผมเรียนรู้ว่า
 
ต่อให้อยู่ไกลกันแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น Skype, Facebook, Twitter จะใช้หรือไม่ก็ตาม.
 
ขอแค่ คิดถึง กันบ้าง ก็ยังดี
 
*ไม่ได้อัพบล็อกมาหนึ่งเดือนเต็ม คิดถึงกันไหมครับ :)
 
 
 
 
3. คุณอา...
 
เรื่องนี้เพื่อนที่ทำงานเล่าให้ฟัง
 
คือ อาโรจน์ (เมื่อหลายเอนทรีก่อนอาเคยปรากฏนามเนื่องจากบ้านน้ำท่วม) มีกิจวัตรที่จะต้องโดยสารรถเมล์กลับบ้านทุกวัน
 
วันนั้นมันมีสิ่งหนึ่งที่ต่างไป.
 
ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังลุกขึ้นเพื่อลงจากรถ. เกิดลืมกระเป๋า.
 
กระเป๋าที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้หยิบเงินออกมานับ.
 
เพื่อนที่นั่งข้างอาเล่าให้ฟังว่า อาโรจน์รีบหยิบกระเป๋าตามเธอไปทันที.
 
สรุปว่าในนั้นมีเงินประมาณสองหมื่นบาท.
 
ฟังอาโรจน์เล่าบ้าง ผมก็ได้แต่ยิ้ม.
 
"ผมเคยลำบากมาไงเก้ ผมเข้าใจเลยว่า ถ้าเกิดเงินขนาดนั้นมันหายไปเขาจะรู้สึกยังไง"
 
ในยุคที่ผู้คนเร่งรีบ ไขว่คว้าหามา. มากกว่าให้ไป.
 
ยังมีคนจำนวนหนึ่ง, ที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น.
 
 
 
 
 
ผมว่าไม่ต้องคิดใหญ่คิดเยอะหรอกครับ ว่าจะเปลี่ยนโลกนี้ให้ดีขึ้นยังไง จะเปลี่ยนคนอื่นอย่างไร
 
ทำสิ่งที่เราทำให้ดีที่สุดก่อน.
 
ทำกับคนรอบข้างให้ดี, ทำกับเพื่อนร่วมโลกให้ดี.
 
ผมว่า แค่นี้ โลกก็ดีขึ้นมากแล้วครับ.
 
 
 
* แล้ว 3 สิ่งดี ๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมาของคุณมีอะไรบ้าง เล่าให้ฟังบ้างสิครับ.

quote (17)

posted on 18 Feb 2012 11:35 by kaekaekaekae  in quote  directory Knowledge, Idea
ทางออกของปัญหา มักอยู่ที่ทางตัน // นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
 
เมื่อเราเหยียดหยามผู้อื่น เราก็เหยียดหยามความเป็นมนุษย์ในตนด้วย // วิรัตน์ โตอารีย์มิตร
 
เราอาจจะเชื่อมโยงเรื่อง ใหม่ๆกับเพื่อนเก่าได้ไม่มากนัก แต่ทุกครั้งที่เราเจอเพื่อนเก่าและคุยเรื่องเก่าๆกัน เราจะพบความเชื่อใจที่ไร้เงื่อนไขในวัยเยาว์อีกครั้ง  // กตัญญู สว่างศรี
 
ไม่ต้องบอกว่าตัวเองเป็นตัวจริง ตัวปลอม มืออาชีพ มืออาชุ่ย ไม่ต้องเอ่ยอะไรสักแอะ เพราะผลงานมันฟ้องจนหมดเปลือกอยู่แล้ว // ณัฐชนน มหาอิทธิดล
 
ทำอะไรที่ทำได้ไปก่อน ขอให้เดินหน้าไปก่อน บางทีเราอาจจะไม่เห็นทางทั้งหมด ไม่เป็นไร ขอให้ทุกวันได้พัฒนาตัวเองให้ใกล้เป้าหมายมากขึ้น // บัณฑิต อึ้งรังษี
 
เราคงไม่มาเขียนอะไรด่าคนที่เขาไม่อยากจะคิดและทำเหมือนกับเรา แม้แต่ก่อนเขาจะเคยคิดและทำเหมือนเราก็ตาม โดยเฉพาะในที่สาธารณะ ถ้ารักกันจริงก็โทรไปคุยหรือเดินทางไปหากันดีกว่าครับ ไขความข้องใจกันไป // จีระวุฒิ เขียวมณี
 
ความรู้ก็เหมือนของสะสม คงไม่สามารถได้มาในเวลาเดียวกัน แต่ต้องค่อย ๆ เก็บเล็กผสมน้อย ความรู้ไม่มีเก่า มีแต่ยิ่งเก็บยิ่งเก๋า และที่สำคัญก็คือว่าใช้เท่าไรก็ไม่เคยหมด // ประสาน อิงคนันท์
 
รักแล้วเสียใจ ก็ยังมีภาพที่สวย ภาพที่งดงามในความทรงจำมากกว่า เสียใจที่ไม่ได้รัก // นพปฎล พลศิลป์
 
ชีวิตดี ๆ ต้องการแค่ให้คุณดีพอ ไม่ใช่ต้องการให้คุณพยายามสร้างภาพที่ดีพร้อม // ศรันย์ ไมตรีเวช
 
ความสำเร็จ อาจอยู่หลังเราแค่ก้าวเดียว แต่บางทีเราไม่เคยมองมันเลย // วิศุทธิ์ พรนิมิตร
 
 
 
 
*** ไปสัมภาษณ์คุณเซียม แห่งบล็อก Seam-C's Blog มาครับ ความคิดเขาน่าสนใจมาก !
 
เรียนเชิญอ่านได้ที่
 
 
*** นอกจากนี้ก็ยังมีคุณนุ้กแห่งบล็อก Iamdozenist ครับ สุดยอดไม่แพ้กัน
 
หลายคนคงพอรู้กันบ้างแล้วว่าผมมีบล็อกใหม่
 
ชื่อ The Last Question ก็เพราะว่า เนื้อหามันเกี่ยวกับคำถามโดยตรง.
 
คำถามที่สงสัย, คำถามที่ไม่เข้าใจ.
 
 
 
ไม่ใช่แค่ตั้งคำถามแล้วจบไป, ผมยังนำคำถามอีกหลายคำไปสู่บล็อกเกอร์ท่านอื่น ๆ
 
ด้วยความเชื่อว่า ถ้าเราตั้งคำถามที่ดี,
 
เราก็จะได้คำตอบที่ดีออกมา
 
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมา, ไม่ใช่แค่ว่าคำตอบมันออกมาดีเท่านั้น
 
บางคำยังเข้าขั้น 'ดีเลิศ'
 
 
 
 
ความเชื่อที่ว่า "คำตอบสะท้อนตัวตนคนตอบ" คงจะมีส่วนจริงไม่มากก็น้อย
 
มีคำถามหนึ่งที่ผมตั้งใจถามทุกคน
 
"ความสุขในวันนี้ของคุณคืออะไร"
 
หลายคนสุขมาก บางคนสุขมากมาก
 
มาทำงานทันเวลา – ได้กินไอศกรีมและขนมอร่อย –หัวเราะกับเพื่อนๆ – ไม่มีงานด่วน - เลิกงานตามเวลาเป๊ะ -  ฝนตก – มีโอกาสทำความดีเล็กๆน้อยๆ - ถึงบ้านโดยปลอดภัย - ได้เขียนหนังสือ – ดีเจเปิดเพลงที่อยากฟัง – ได้อ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้ … (คุณเจ้าหญิงน้ำแข็ง)
 
ทุกครั้งที่มีคนบอกว่า พี่คือ idol ของหนู …. แม่งสุดยอด เพราะทุกคนที่พูดอย่างนั้น เค้ามองมาที่ผมแล้วรู้สึกว่า "เฮ้ย เราทำได้ใช่มั้ยถ้าเราเชื่อและพยายามมากพอ" (คุณบรรทัดที่สิบเอ็ด)
 
ประโยคหนึ่งในเพลง “ทะเลใจ” ของคาราบาวร้องว่า “ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่เพียงตัวและจิตใจ เป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน” คงจะแค่นั้นครับ (คุณ 40 reborn)
 
ความสุขวันนี้มาจากเมื่อวานที่ได้ออกไปทานข้าวกับคนที่อยากทานด้วยและเดินเลือกของในซุปเปอร์เพื่อมาทำกับข้าวทานคนเดียว
ความ สุขวันนี้เลยหอมกรุ่นกลิ่นข้าวหุงสุกใหม่ และแซมด้วยกลิ่นผ้าที่ซักแล้วแขวนกางแดดจ้า การได้มีเวลาว่างเพื่อมาจัดการเรื่องชีวิตประจำวันให้เดินช้าๆ ดูจะเป็นความสุขของวันนี้ค่ะ (คุณ
[[FunGi]]
)
 
การได้ตื่นมาทุกเช้าแล้วรู้ว่าเรายังหายใจอยู่ ยังมีชีวิตอยู่ที่จะได้เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้รู้จัก ไม่ได้สัมผัส
การ ได้รู้จักผู้คนมากมายทั้งที่เคยอยู่ด้วยกัน ยังอยู่ด้วยกัน จะอยู่ด้วยกัน และอีกหลายคนที่จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตให้แก่กัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่วิเศษมากจริงๆ 
และการได้อ่านหนังสือดีดี ฟังเพลงเพราะๆ ดูหนังดูละครที่อยากดู ได้ออกเดินทางไปยังสถานที่แปลกใหม่ และได้ลองทำอะไรหลายอย่างที่อยากทำ
นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปครับ (คุณ Iamdozenist)
 
 
 
ไม่ว่าอย่างไร สำหรับผม มีความสุขมากสำหรับมิตรภาพบนนี้
 
ตอนที่จะเปิดบล็อกแล้วเลือก exteen ก็ไม่คิดว่ามันจะเดินทางมาไกลขนาดนี้ ขอบคุณมาก ๆ ครับ

 
 
 
* ใครยังไม่เคยอ่าน ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งเลยครับ
 
 
 
 
สุดท้าย ความสุขในวันนี้ของคุณคืออะไรครับ ?

ด้วยกัน

posted on 11 Feb 2012 01:41 by kaekaekaekae  in life  directory Diary
ปีก่อน, เป็นครั้งแรก, ที่จะได้มีหลาน.
 
ตัวผมเองนั้นจะได้เลื่อนขั้นเป็นคุณลุง
 
แต่, หลานคนนี้เกือบจะไม่ได้เกิดมา.
 
 
 
เรื่องมันเริ่มมาจาก, เด็กสาวคนหนึ่งในวัยมัธยม.
 
เธอพลาด.
 
เขาพลาด.
 
หลังจากที่เธอรู้ตัวว่าตั้งท้อง, ความเครียดมิได้อัดแน่นที่ตัวเธอเท่านั้น.
 
แต่หมายรวมถึงทุกคน
 
ตั้งแต่พ่อแม่ของเธอที่โมโห. พี่ป้าน้าอาที่สงสัย. และปู่กับย่าที่ไม่เข้าใจ.
 
ทุกคนถกเถียงกันว่าจะหาทางออกอย่างไร, ทั้งกับเด็ก และแม่ของเด็ก
 
แววตาสีหน้าของแต่ละคนตอนนั้น, คลับคล้ายว่าผมไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อน
 
ราวกับว่า, สายเลือดเดียวกันของพวกเรา, ได้เหือดแห้งไปนับแต่ปัญหานี้เกิดขึ้นมา.
 
 
 
ไม่ใช่แค่ปัญหาเท่านั้นที่เกิด, เด็กคนนี้ก็เกิด.
 
สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี อารมณ์และพัฒนาการก็เป็นไปด้วยดี
 
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เกือบปีแล้ว.
 
แม่ของเด็กในวัย 17 เริ่มมีใบหน้าอ่อนล้าลงเรื่อย ๆ
 
แต่หน้าเธอยังมีรอยยิ้ม.
 
 
 
ทุกคนที่เคยเถียงทะเลาะกันไปเมื่อสองย่อหน้าก่อน, ถึงวันนี้พวกเขาก็ยังคงเถียงกันอยู่.
 
ใครจะชงนม
 
ใครจะไกวเปล
 
ใครจะเปลี่ยนผ้าอ้อม
 
ถึงจะเถียง, แต่ก็ไม่มีใคร 'เกี่ยง'
 
ครับ. ครอบครัวผมทุกคนช่วยกันเลี้ยงเด็กคนนี้.
 
 
 
"พี่เก้ ฝากดูน้องหน่อยนะ"
 
คุณแม่มือใหม่เดินเข้าไปปรึกษาคุณพยาบาลที่อยู่เข้าเวร.
 
เป็นไม่กี่ครั้งในชีวิต, ที่ผมได้อุ้มเด็ก.
 
แต่ครั้งนี้, มันต่างจากครั้งก่อนมากมาย.
 
ผมรู้สึกว่าผมต้องดูแล เอาใจใส่ และรับผิดชอบเด็กที่นั่งอยู่บนตักคนนี้.
 
ต่างจากผมคนก่อน, คนที่เคยเกลียดและรำคาญเมื่อต้องอยู่ใกล้เด็กอย่างลิบลับ.
 
 
 
ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา, แน่นอนว่าเป็นเวลาแห่งการรวมญาติ.
 
เด็กชายเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยครั้ง.
 
และทุกครั้ง, มันสร้างรอยยิ้ม, และเสียงหัวเราะ
 
 
 
คนเราพลาดกันได้.
 
สิ่งสำคัญอยู่ตรงที่, เมื่อคนที่คุณรักเขาทำผิดพลาด, การกระทำแบบใดที่คุณเลือกที่จะทำ.
 
 
 
 
 
 
 
* ผมไปคุยกับคุณ Iamdozenist มา เชิญอ่านได้ที่นี่เลยครับ